วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554

"เงิน"ทางเน็ต มันเกิดขึ้นได้งัย

เรามาเรียนรู้คร่าวๆกันดีกว่าว่า "เงิน"ทางเน็ต มันเกิดขึ้นได้งัย

...ทุกธุรกิจ ต้องมีที่มาของกำไร และการทำงาน เพื่อให้เกิดกำไร.. หากขณะนี้คุณทำงานประจำอยู่
คุณก็รู้แน่นอนว่า บริษัทคุณทำอะไร มีรายได้อย่างไร

...มาเรื่อง เงินทางเน็ต งานทางเน็ต บางอย่าง เน้นว่าบางอย่าง เพราะงานทางเน็ตมีเยอะ มากๆ ก็เหมือนงาน นอกจอนี่แหละครับ
..เริ่มต้นจาก ... เมื่อมีคนทำเว็บไซต์ขึ้นมา คนที่ทำเว็บไซต์ขึ้นมา ต้องมีจุดประสงค์ที่ต้องการจะเสนออะไรซักอย่าง หรือโฆษณาอะไรซักอย่าง หรือแม้กระทั่งทำเล่นๆ เป็นข้อมูลไว้ ...แต่หากเหตุผลของการ ทำเว็บไซต์นั้น คือความอยากนำเสนอ ให้คนมากมายได้เห็นข้อมูล ได้เห็นธุรกิจ เพื่อประโยชน์ของผู้ทำธุรกิจเอง ก็เป็นสาเหตุให้ ผู้ทำเว็บไซต์นั้น อยากโฆษณาให้มากที่สุด จะโฆษณางัยล่ะ ให้คนเห็นมากสุด และคุ้ม
..อย่างเช่น บริษัทคุณ เป็นบริษัทท่องเที่ยว คุณอยากโฆษณาบริษัท จะได้มีลูกค้าเยอะๆ กำไรจะได้เยอะๆ .. คุณทำเว็บไซต์แนะนำบริษัท และรายการท่องเที่ยวขึ้นมา แล้ว แต่ไม่มีคนเข้าดู เพราะยังไม่มีการโฆษณา แล้วใครจะรู้ว่าคุณทำไร และอีกอย่าง ก็คงไม่ได้มีแต่คุณที่ทำธุรกิจท่องเที่ยว คนอยากเที่ยว จึงไปใช้บริการกับ บริษัทที่เค้าเห็นโฆษณา ... ช้าไม่ได้แล้ว จำเป็นยิ่งที่คุณต้องโฆษณา
หยุดไว้ก่อน มาดูเรื่องราว ของ นักท่องเที่ยว ผู้นี้ก่อน
... นักท่องเที่ยวผู้หนึ่ง ชอบการท่องเที่ยว ไปเที่ยวไหนก็จะเก็บภาพมาทำ ข้อมูลไว้ มีรูปที่ท่องเที่ยวต่างๆ และมีข้อมูล การเดินทาง มีข้อมูลเบอร์โทรแหล่งท่องเที่ยว ... นักท่องเที่ยวผู้นี้ ทำเพราะใจรัก อยากทำเว็บรวมแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมา ด้วยความประทับใจที่ชอบตระเวนเที่ยวตามที่ต่างๆ .... และด้วยความเป็นเว็บไซต์ที่มีประโยชน์ มีข้อมูลที่เที่ยวต่างๆที่ คนอยากค้นหา จึงทำให้ค้นหาเจอได้ง่ายใน search engine และเมื่อ มีคนค้นเจอ ก็เกิดชอบเว็บไซต์ขึ้นมา ก็จดที่อยู่เว็บไว้ เพื่อจะกลับมาเข้าอีก ไม่นานนัก ก็มีคนเข้าเว็บของนักท่องเที่ยวผู้นี้จำนวนมาก เพราะข้อมูลที่มีประโยชน์ ทำให้คนเข้ามาหาประโยชน์จากข้อมูลที่เว็บไซต์นี้มี ..จนในที่สุด เว็บไซต์ของนักท่องเที่ยวผู้นี้ มีคนเข้าชมถึงวันละกว่า 1 พันคน ..กลับมาถึง ถ้าคุณทำบริษัทท่องเที่ยว มาเห็นเว็บไซต์ข้อมูลท่องเที่ยวนี้ เกิดไอเดีย ธุรกิจขึ้นมา อยากเอาโฆษณาบริษัทท่องเที่ยวของตัวเอง ไปติดที่เว็บไซต์นี้จัง เนื่องจาก พบว่า วันนึง มีคนเข้าเว็บไซต์กว่าพันคน ถ้ามีโฆษณาเกี่ยวกับบริษัทท่องเที่ยว ไปอยู่ในเว็บท่องเที่ยว แต่ละวัน ก็คงมีคนที่สนใจท่องเที่ยวบ้างไม่มากก็น้อย
ปิ๊ง !!!! นี่งัยครับ เงินจากเน็ต !!!
- นักท่องเที่ยว ทำเว็บเล่นๆ เพราะเห็นว่าอยากทำข้อมูลที่มีประโยชน์รวบรวมไว้
- ด้วยความมีประโยชน์ของข้อมูล การท่องเที่ยว ภาพท่องเที่ยว ทำให้ค้นหาได้ง่ายทางเน็ต
คนเข้าแล้ว อยากเข้าอีก มีการบอกต่อ ข้อมูลสิ่งดีๆที่เว็บนี้ทำขึ้นมา จนทำให้มีคนเข้าถึงวันละ กว่าพันคน
- บริษัททัวร์ร้อนใจ อยากมีโฆษณาของตัวเองในเว็บของนักท่องเที่ยวผู้นี้
- จึงติดต่อนักท่องเที่ยวผู้นี้ ขอลงโฆษณาในเว็บไซต์ ของนักท่องเที่ยวผู้นี้
- นักท่องเที่ยวผู้นี้ เริ่มเห็นช่องทางทำเงินทางเน็ต !!!
"ก็เว็บผมมีคนเข้ามาวันละเป็นพัน ถ้าบริษัทคุณได้ลงโฆษณา มีโอกาสสูง ว่าเดือนๆนึง จะมีคนเห็นเว็บบริษัทคุณ เห็นข้อมูลการท่องเที่ยว และตัดสินใจไปเที่ยวกับคุณ ผมคิดค่าลงโฆษณาเดือนละ หมื่นห้าแล้วกัน ..นักท่องเที่ยวพูดอย่างคนที่ยังไม่เคย ได้ประโยชน์จากการมีคนมาลงโฆษณา ไม่รู้จะตั้งราคาอย่างไร เอาวะ ซักหมื่นห้า เค้าว่าแพงค่อยลดให้เค้า ....แต่ในใจของบริษัททัวร์ คงยิ้มในใจ เว็บคุณมีคนเข้าวันละพันคน ถ้าฉันได้โฆษณาในเว็บคน ขี้คร้าน จะมีคนติดต่อท่องเที่ยวมาทุกวัน และเที่ยวแต่ละครั้งฉันก็ได้กำไร มากมาย แค่เดือนละหมื่นห้า เรื่องเล็กน้อยจริงๆ กับกำไรที่จะเกิดขึ้นเป็นแสนๆเรื่องเล็กจริงๆ"
... นี่งัยครับ เงินจากเน็ต เริ่มเห็นภาพ และพลังของ internet รึยังครับ !!! และนี่เป็นเพียง งาน internet บางงานเท่านั้นเอง

...กรณีศึกษา ต่อยอด จากการสร้างเงินตรงนี้ เมื่อคุณเข้าเน็ต ดูเว็บต่างๆ ลองดูป้ายโฆษณาต่างๆซิว่า ที่เค้ามาลงโฆษณานั้น เค้าได้ประโยชน์อะไร และลองดูซิว่า เว็บที่เปิด ให้ลงโฆษณานั้น มีรายได้จากผู้มาลงโฆษณามากแค่ไหน จะทำให้เกิดแนวคิดมากมาย

....... จากตัวอย่างนี้ ขอนำมา สร้างภาพให้เกิดชัดๆ ของเรื่องเว็บไซต์ กับการมีตึกแถว ที่ผมได้นำร่องไว้คร่าวๆ ว่าการมีเว็บไซต์ ดีกว่าการมีตึกแถวเยอะ เพราะคนสามารถเข้าดูได้จากทั่วโลก แต่ถ้าเว็บไซต์ เป็นภาษาไทย ก็เข้าดูรู้เรื่องได้เฉพาะคนอ่านไทยรู้เรื่อง แม้ว่าเค้าจะไปอยู่ประเทศอื่นๆ อ่านไทยรู้เรื่อง เว็บไซต์ นั้นก็มีประโยชน์ สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลในสิ่งที่เค้ากำลังค้นหา ดีกว่าการมีตึกแถว ซึ่งอยู่เพียง ทำเล ทำเลหนึ่งเท่านั้นเอง

... หัวใจหลักสำคัญ หากจะหาเงินทางเน็ต โดยการใช้เว็บไซต์ทำเงิน จึงอยู่ที่ ข้อมูลที่มีประโยชน์ในเว็บไซต์ ...
( การทำเว็บไซต์ไม่ยากครับ ในเว็บแห่งนี้ก็มีสอน )
ถ้าคุณทำเว็บไซต์ และมีข้อมูลที่มีประโยชน์ มีข้อมูลที่คนติดใจ เข้าแล้ว อยากกลับเข้ามาอีก
มีข้อมูลที่ เป็นประโยชน์ต่างๆนานา เปรียบเหมือนวันวันนึง มีคนเข้ามาในบ้านคุณมากมาย ซึ่งข้อมูลต่างๆนี้ คุณไม่จำเป็นต้องคิดก็ได้ เพียงแต่นำมาจากที่ต่างๆที่เจ้าของเค้าอนุญาต และทำลิ้งค์อ้างอิงด้วยว่าเอามาจากที่ไหน เพียงแต่ข้อมูลต่างๆ ที่คุณนำมา คุณมีไอเดียในการนำมารวมกัน แล้วได้ประโยชน์ เกิดเว็บที่สมบูรณ์ น่าเข้า และน่าจะมีคน search มาเจอเยอะ
.. แล้วคุณจะแทรกโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาส่วนตัวคุณเอง หรือคนอื่นมาลงโฆษณา ก็แล้วแต่จะสร้าง เงินจากเน็ต
เช่น เว็บคุณมีข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพมากมาย คนค้นหามาเจอมากมาย เจอข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมาย แต่ข้างๆข้อมูลนั่น มีโฆษณา ขายอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งคุณอาจขายเอง หรือคนอื่นมาลงโฆษณาที่เว็บคุณ ... จากคนจำนวนมากมายที่เข้าเว็บคุณ จะต้องมีบ้างไม่มากก็น้อย ที่เข้าดูคุณสมบัติของอาหารเพื่อสุขภาพนั้นๆ ว่าน่าสนใจ พอที่จะสั่งซื้อหรือไม่ ...คนจำนวนมาก กับ การเข้าชม เปรียบเหมือนการจัดงานต่างๆ แม่ค้าขายข้าวแกง ที่ทำเลที่บ้านไม่ดี แต่พอออกงาน กำไรวันเป็นหมื่น เพราะคนเข้ามาดูงานเยอะ และ และจากคนเยอะๆ จะต้องมีบ้าง เกิดสนใจอยากกินอาหารที่แม่ค้าขาย ทั้งๆที่เป็นอาหาร เดิมๆที่ แม่ค้าขายอยู่ทุกวัน แต่ที่ผ่านๆมา ไม่มีคนมาเห็นเยอะ จึงขายไม่ได้มาก
... และสินค้าจะขายดี ถ้าตรงชนิดกัน ...
เช่น ถ้าทำเว็บข้อมูลเป็นประโยชน์เกี่ยวกับสุขภาพ ถ้าจะสร้างเงิน ก็ควรมีโฆษณาเกี่ยวกับสุขภาพ เพราะผู้ที่ค้นหาข้อมูล มีความสนใจเรื่องสุขภาพ ถ้าเอาโฆษณาเรื่องอย่างอื่นมาลง ก็มีโอกาสน้อยที่คนจะสนใจโฆษณานั้นๆ

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554

งานดีที่สุดในโลก

งานดีที่สุดในโลก ควรประกอบด้วย

1. การพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง...เราต้องสามารถพัฒนางานของเราได้ และเป็นงานของเราจริงๆ

2. หนทางทำเงิน ได้ไม่สิ้นสุด ไม่มีทางตัน ...จะต้องเป็นงานที่ทำเงินได้กว้างไกล ได้เรื่อยๆ ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เป็นการพัฒนางานของตัวเองอย่างแท้จริง

3. จะต้องเป็นงานที่ ทำแล้วสบายใจ ...ไม่ทำให้เสียเพื่อน หรือสังคม และ Smart ทำแล้วเท่ห์ ไม่เดือดร้อนใคร ..งานธุรกิจเครือข่ายต่างๆ เหมือนจะเป็นแนวคิดที่ดี ในการสร้างกำไรแบ่งปัน ในเครือข่าย ..ทำให้อาชีพได้เงินเดือนสูงๆ ลาออกมาทำกัน ทำไมอาชีพเงินเดือนสูงๆถึงกล้าลาออก ..เพราะใครๆก็เบื่องานประจำครับ !!! ความจริงข้อนี้ยังคงอยู่ และฮิตตลอดกาล ส่วนใหญ่ที่ทนทำงานประจำ เพราะไม่รู้จะทำไร !!! อาชีพเงินเดือนสูงๆ อยากหาอะไรที่ดีกว่านั้น แต่งานเครือข่ายไม่ผ่านเรื่องของสังคม เพราะลึกๆแล้วคือการตื้อคนนั้นเอง ..เชื่อว่านักธุรกิจเครือข่าย ที่ทุ่มเทมากมาย มีตำแหน่งที่มากที่สุดตำแหน่งหนึ่งคือ "คนเคยรวย" ตื้อมากได้มาก ต้องตื้ออย่างสม่ำเสมอ กล้าตื้อกล้าด้าน หมดแรงตื้อก็คนเคยรวย

... ความยากของงานเครือข่ายคือ
3.1 ต้องมีรักษายอด ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เพราะระบบอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้น หรือไม่มีเงินเข้าระบบนั่นเอง ถ้าธุรกิจไหนไม่มีรักษายอด ก็ไม่มีเงินเข้า ในเครือข่าย แล้วเค้าจะเอาเงินไหนมาจ่ายสมาชิก
3.2 ธุรกิจเครือข่าย มักประกอบด้วยสินค้า เพื่อจำหน่ายเรียกเงินเข้ามาในระบบ และตัวสินค้านี่เอง มักมีราคาแพง และคนทั่วไปไม่ค่อย มีงบที่จะซื้อ ...ขยายก็คือ เชื่อว่า ใครๆก็อยากใช้ของดี สินค้าของธุรกิจเครือข่าย ทุกธุรกิจ เชื่อว่า เป็นสินค้าที่ดีมากๆ เป็นจุดขายของธุรกิจ จึงทำให้เกิดการสร้างธุรกิจเครือข่ายขึ้นมา ..แต่ถ้าคนไม่มีปัญญาจะซื้อบ่อยๆล่ะ
3.3 เชื่อว่า ธุรกิจส่วนใหญ่ อยู่ได้ เพราะการสร้างสมาชิกที่ไม่หยุดยั้ง เพราะส่วนใหญ่ทันทีที่ พูดแผนงาน ได้เงินแสน เงินล้านมาล่อใจแล้ว การสมัคร เพื่อให้มีโอกาสได้ทำแผนงานนั้น จำเป็นต้องซื้อสินค้า และการซื้อสินค้านี่เองคือเงินที่ธุรกิจเครือข่ายจะอยู่ได้ หลายคนซื้อสินค้าเพื่อลงทุนเริ่มธุรกิจ และไม่ซื้ออีกเลย ธุรกิจจึงจำเป็นต้อง วางแผนเพื่อหาสมาชิกใหม่อยู่เสมอ ..บางธุรกิจการเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้า แต่เมื่อไม่มียอดเข้าธุรกิจ ธุรกิจ ก็ไม่มีเงินจ่ายให้ และธุรกิจมักเน้นว่า จะสร้างสายงานได้ ต้องซื้อใช้ จะได้รู้และบอกต่อว่าดีอย่างไร นั่นก็คือ เพื่อให้ธุรกิจมีเงินเข้านั่นเอง
3.4 ธุรกิจเครือข่าย ไม่ใช่สิ่งไม่ดี แต่จากการวิเคราะห์ มีจุดอ่อนอยู่มาก กล้ามั๊ย ที่จะทำให้คนรู้จักกันซื้อสินค้าด้วยความเกรงใจ กล้ามั๊ยที่จะด้านสุดๆเพื่อเงิน เชื่อว่าหลายคนจริงใจที่จะบอกสิ่งดีๆ และหนทางรวย แต่มักลงเอยด้วย ความเกรงใจ จึงเข้าร่วม และความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ห่างออกในที่สุด
...ด้วยจุดอ่อนความยากของธุรกิจเครือข่าย ที่อาชีพเงินเดือนสูงๆ มักลาออกมาทำ
..จึงขอเปรียบเทียบ กับงานทั่วๆไปดังนี้ 1. ใช้ความรู้จบปริญญา ไปทำงานใช้ความคิด จะดีกว่า (ลาออก มาทำเครือข่าย แล้วต้องมาง้อคน ลาออกมาทำไม)
หรือ 2. ใช้กำลังแรงกาย ไปทำงาน ใช้แรงงานจะดีกว่าไม่ต้องคิดอะไรมาก

...กำจัดจุดอ่อน ด้วย งานแห่งยุคใหม่ !!! งาน internet ไม่ใช่ธุรกิจเครือข่าย แต่มีส่วนดีที่ธุรกิจเครือข่ายมี แต่ไม่มีส่วนเสียที่ธุรกิจเครือข่ายมี.. ส่วนดีที่คล้ายกัน งานทางเน็ตเรียกว่า affiliate program ซึ่งเป็นการสร้าง พลังของเครือข่ายที่ไม่ต้อง เสียเงินเข้าร่วม ไม่ต้องตื้อ และไม่ต้องรักษายอด ..และเป็นที่น่าเสียใจที่เว็บไทยบางเว็บ ทำธุรกิจเครือข่าย และใช้คำว่า affiliate program ซึ่ง มันไม่เหมือนกัน จะทำให้เกิดความเข้าใจผิด .. และ สำหรับงานทางเน็ต affiliate program เป็นเพียงงานจำพวกหนึ่ง ของงานทางเน็ตเท่านั้น ยังมีโจทย์ทำเงินมากมายทางเน็ต ไว้เราค่อยเรียนรู้ต่อไป ..ตอนนี้ ในบทความนี้ ผมพยายามที่จะเปรียบเทียบ ให้เห็น รูปแบบงานนอกจอ ที่นำมา online ทั่วโลก เป็นงานทางเน็ต ความเสมือน และดีกว่า
..เอาง่ายๆ ขอให้ประโยคนี้ไป คิดเรื่อยๆ "มีเว็บไซต์ เหมือนมีตึกแถว แต่เว็บไซต์เข้าถึงได้ง่ายจากทั่วโลก และทำอย่างไรที่เรา จะไม่ต้องเป็นเจ้าของธุรกิจ เพื่อกำจัดความยุ่งยากในการบริหารงาน และเป็นการสร้างงานที่ดีที่สุดในโลก"
...การมีเว็บไซต์ไม่ใช่เรื่องยาก คุณภาพดี ราคาไม่แพง ปีละประมาณ 1 พันบาท ถูกกว่า และดีกว่า การมีตึกแถวเยอะ หรือจะหาฟรีเว็บต่างๆก็มีมากมาย ที่เราสมัครฟรีได้ ไม่ต้องเสียเงิน หาเงินทางเน็ตได้เหมือนกัน แต่ถ้าเราเสียเงิน จะได้ ชื่อเว็บที่เราตั้งขึ้น ตามด้วย .com .net ประมาณนี้งัย ไว้เดี๋ยวค่อยเรียนรู้ ..และงานทางเน็ต หลายงาน ไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์ ก็ได้ แต่ที่ผมยกมา เพียงเพื่อเปรียบเทียบ กับการมีตึกแถว (ตึกแถว ทำเล ดีๆ หลายแสน หลายล้านบาท ก็สู้การมีเว็บไซต์ไม่ได้) จะได้เริ่ม เข้าถึง งานทางเน็ตอย่างเห็นภาพ และเห็นในที่สุดว่า เป็นงานที่ดีที่สุดจริงๆ

4. จะต้องเป็นงานที่ สร้างอิสระในการใช้ชีวิต มีเวลาสร้างสิ่งดี มีเวลา ดูแล "หัวใจ" ของผู้ให้กำเนิด และทำดีต่างๆนานา เพราะ แท้จริง ชีวิตคือการเกิดมาใช้กรรม สร้างกรรม ไม่ใช่เกิดมาใช้เงิน สร้างทรัพย์สิน

.. หากเป็นงานที่มัวแต่หาเงิน จนไม่มีเวลาทำสิ่งดี ..ในขณะที่เวลายังเดินเรื่อยๆไม่มีหยุดเดิน นั่นคือความไม่แน่นอน ทางเลือกแห่งชีวิต ทุกคนกำหนดได้
..การเกิดคือการ เกิดมาเพื่อทำโจทย์แห่งชีวิต และการสะสมความดี เพื่อรอรับ "คะแนน" จากบททดสอบแห่งชีวิต ต่อสิ่งล่อ หนทาง ขาว ดำ ต่างๆ
..ชีวิตก็เป็นสิ่งไม่แน่นอน เกิดก่อนตายก่อนมีถม เกิดหลังอยู่เกินร้อย ก็มีให้เห็น
..ความไม่แน่นอนนี้ คือสิ่งที่จะพลาดไม่ได้ ในการทำให้ งานที่ทำ ต้องควบคู่ไปกับองค์ประกอบแห่ง การแทนคุณ และมีอิสระในการสร้างความดี
...ไม่ใช่ครอบครัว แยกย้าย สักวันได้ดี ฉันจะแทนคุณ ในขณะที่ทำงาน ไปเรื่อยๆ ใช้เงินเดือนชนเดือน จนไม่รู้ว่า จะมีวันได้ดีวันไหน
... คำว่า ครอบครัว คือ พ่อ แม่ ลูก , ทุกคนมีพ่อแม่ พ่อ แม่ ไหนๆ ก็อยากให้ลูกได้ดีทั้งนั้น จะได้คุยได้โม้ได้ และจะได้ภูมิใจส่วนตัวที่ลูกได้ดี แต่ ก็มีพ่อแม่มากมาย ที่แอบเหงา เราก็เหมือนเรือจ้าง ส่งถึงฝั่งลูกทำมาหากินได้ ก็มีความสุข ..นานๆทีจะมีของขวัญจากลูกมาให้ ก็ดีใจ ไม่ใช่เรื่องของทรัพย์สิน แต่เรื่องของ ความคิดถึง "ดีนะที่เค้ายังคิดถึงเราอยู่" ความอบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตา คงหาได้จาก สงกรานต์ ปีใหม่ เทศกาลต่างๆ นั่นคงเป็น "วันแห่งความอบอุ่นของ 2 ตายาย"
... คำว่า ความอบอุ่น การอยู่ดูแลกัน วันทั้งวันไม่มีอะไรจะพูดกัน ก็อบอุ่น เหมือนความรัก ชายหญิงรักกัน บางทีไม่มีเรื่องไรคุยกัน ก็อบอุ่น แค่รู้ว่าเค้าอยู่ใกล้ๆเรา และคอยให้เราคุยด้วย เมื่อเหงา ก็อบอุ่น .. หาก นานๆ เจอกันที ตามโอกาสแห่งเทศกาล แม้จะคิดถึงกันเหลือเกิน พอถึงจุดหนึ่ง ก็ไม่รู้จะคุยอะไรกัน กับความอบอุ่นชั่วคราวที่ได้รับ ..ในที่สุดก็ถึงเวลา กลับไปทำงาน ทำงัยได้ ชีวิตเลือกไม่ได้ ไม่ได้เกิด กองเงินกองทอง เลือกไม่ได้จริงเหรอ ทุกอย่างตัวเราเอง สามารถตัดสินใจได้เองทั้งสิ้น
..เรื่องของจิตใจ ว่าไปก็จะยืดไม่กะทัดรัดกับหัวข้อ ...นั่นคือตัวอย่างของงานยุคเก่า งานยุคเก่าสอนให้คนเดินตามวิถี เรียนจบ หางาน งานล้น เรียนต่อ จบมา ถ้าหางานได้ ..เบื่องาน งานประจำใครๆก็เบื่อ แม้ตอนเข้าจะแย่งกันเข้าเหลือเกิน จากหลักฐานใบสมัครงานร่วมพันใบ แม้รับ 1 ตำแหน่ง

*** งานแห่งยุคใหม่ คืองานที่อยู่บนพื้นฐานแห่งอินเตอร์เน็ต เครือข่ายโยงใยทั่วโลก ที่พึ่งเข้ามามีบทบาท เมื่อ 10 - 20 ปีที่แล้ว ***

5. งานดีที่สุดในโลก ควรเป็นงานที่เราไม่ควรเป็นเจ้าของกิจการ ...คำว่าเจ้าของกิจการ คือการวางแผน และการรับผิดชอบมากมาย คำว่า "เจ้าของกิจการ" อาจดูหรู แต่ถ้าบริหารไม่ดี ก็ขาดทุน บริหารดี ก็ดีไป การบริหาร จำเป็นต้องรับความเสี่ยงต่างๆมากมาย และในกรณีมีผู้ร่วมงาน เพราะคุณคงทำคนเดียวไม่ไหว ในกิจการที่คุณภูมิใจสร้าง คุณต้องพร้อม รับผิดชอบ รายได้ของผู้ร่วมงาน ผู้ร่วมงานอยากได้เงินเพิ่ม คุณไม่มีให้ ผู้ร่วมงานลาออก ไปหาที่ที่ให้มากกว่า ก็ต้องหาผู้ร่วมงานใหม่ สอนงานกันใหม่ นั่นคือความวุ่นวาย ปวดสมอง เสียสุขภาพ ของการบริหารงาน ของการเป็นเจ้าของกิจการ

..แล้วเราจะเป็นอะไร ในการทำเงิน ? เราควรเป็นเพียงตัวกลาง ในการทำโจทย์ธุรกิจ ทำให้เรามีอิสระเสรีอย่างแท้จริง ..ในข้อนี้ เมื่อเข้าใจการทำงานทางเน็ต จะเข้าใจเองครับ